in Current Events

มารู้จักระดับเตือนภัยโควิดของอังกฤษ 4 ระดับ ว่าทำอะไรได้บ้าง อะไรโดนสั่งปิดบ้าง

เมื่อเช้าวันนี้ รัฐบาลไทย (ผ่านทาง ศบค) ออกมาประกาศว่าจะไม่มีการล็อคดาวน์ประเทศทั้งประเทศ แต่จะปรับความเข้มงวดในกิจกรรม และจำกัดการใช้ชีวิตประจำวันบางอย่างของประชาชนเป็นรายพื้นที่ไป โดยได้แบ่งเป็นสี่สี แล้วได้ยกอำนาจให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ในการเลือกประกาศนโยบายภายในจังหวัดตัวเอง ว่าต้องการเข้มงวดขนาดไหนเอง รัฐบาลส่วนกลางจะไม่เข้าไปยุ่ง

ส่วนตัวแล้ว ผมเห็นว่ารัฐบาลไทย เดินมาถูกทางแล้ว การดำเนินการนโยบายป้องกันการแพร่ระบาด ควรจะคำนึงถึงเศรษฐกิจของประเทศควบคู่กันไปด้วย เพราะตอนนี้ หลายภาคธุรกิจ รวมไปถึงภาคท่องเที่ยวและบริการ ที่ตอนนี้ต้องพึ่งพาแต่กำลังซื้อจากคนในประเทศเพียงอย่างเดียว อาจจะตายสนิทจริง ๆ หากมีการล็อคดาวน์ทั้งประเทศ

หากกลับมาดู อีกประเทศที่มีการแบ่งโซนเตือนภัยโคโรน่าไวรัสที่น่าสนใจ คืออังกฤษ เพราะว่าตอนนี้เป็นหนึ่งในประเทศทีมีการแพร่ระบาดทั่วไปแล้ว (เรียกง่าย ๆ ไม่สามารถระบุได้อีกต่อไป ว่าเชื้อแพร่มาจากใคร ตรงไหน อย่างไร) โดยในอังกฤษ ได้มีการแบ่งระดับเตือนภัยเป็น 4 ระดับ แต่ผมชอบของอังกฤษเป็นพิเศษ เพราะว่ามันระบุอย่างชัดเจนมาก ว่าทำอะไรได้บ้าง อะไรทำไม่ได้ อะไรเปิดได้เปิดไม่ได้ ซึ่งมันจะทำให้คนที่อยู่ในเขต Tier ต่ำกว่า ไม่อยากให้โดนประกาศไปเขตที่ Tier สูงกว่า เพราะจะกระทบชีวิตประจำวัน ส่งผลให้คนร่วมมือกันมากกว่าเดิม

เขตที่มีการแจ้งเตือนภัยระดับที่ 1 (Tier 1 – Medium Alert)

  • การพบปะผู้คน : ประชาชนสามารถพบปะกับคนอื่น ที่มาจากต่างครัวเรือนได้ ไม่ว่าจะเป็นภายในบ้าน (พื้นที่ปิด) หรือนอกบ้าน (พื้นที่เปิด) โดยจำกัดไม่ให้เจอบุคคลต่างครัวเรือนเจอกัน 6 คน
  • การเดินทาง : ไม่มีการควบคุมหรือจำกัดการเดินทาง แต่ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเขตที่เป็น Tier 2 หรือ Tier 3 และหากต้องเดินทางไปพื้นที่เหล่านั้น ต้องปฏิบัติตามกฎของ Tier 2 หรือ Tier 3
  • การค้างคืนที่อื่น : ทำได้
  • ไปทำงาน : ควร Work From Home ถ้าเป็นไปได้ ที่ทำงานควรมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเหมาะสม
  • ร้านค้า : เปิดให้บริการตามปรกติ
  • ไลฟ์สไตล์ : ผับ บาร์ คาเฟ่ต่าง ๆ เปิดให้บริการปรกติ แต่ต้องปิดก่อน 5 ทุ่ม และห้ามมีการยืนกิน ต้องให้กินบนโต๊ะของใครของมันเท่านั้น
  • ธุรกิจเสริมสวย : ร้านทำเล็บ สปา เปิดได้ตามปรกติ
  • การออกกำลังกายและกีฬา : สระว่ายน้ำ ยิม ฟิตเนส เปิดให้บริการตามปรกติ แต่การแข่งขันกีฬาต่าง ๆ จะสามารถเปิดให้แก่ผู้เข้าชมได้ไม่เกิน 4,000 คนกรณีเป็นสถานที่เปิด แต่ถ้าเป็นสถานที่ปิด จะต้องไม่เกิน 1,000 คน
  • ศาสนสถาน : ใช้กฎพบปะผู้คน (6 คน)
  • งานแต่งงาน : ต้องเป็นงานแต่งที่ผู้เข้าร่วมต้องนั่ง และผู้ร่วมงานไม่เกิน 15 คน
  • งานศพ : ผู้ร่วมงานห้ามเกิน 30 คน และต้องจัดในสถานที่ที่ถูกต้อง ห้ามจัดที่บ้าน
  • บริการรัฐ : เปิดให้บริการปรกติ
  • งานคริสตมาสและปีใหม่ : แต่ละครัวเรือนจะต้องมี Christmas Bubble ของตัวเอง นั่นคืออยากจะจัดงานกับใครที่อยู่ต่างครัวเรือน จะต้องอยู่กับครัวเรือนนั้น ๆ เท่านั้นในช่วงเทศกาล โดยจำกัดแค่ 2 ครัวเรือนอื่นเท่านั้น

เขตที่มีการแจ้งเตือนภัยระดับที่ 2 (Tier 2 – High Alert)

  • การพบปะผู้คน : ประชาชนสามารถพบปะกับคนอื่น ที่มาจากต่างครัวเรือนได้ ไม่ว่าจะเป็นภายในบ้าน (พื้นที่ปิด) หรือนอกบ้าน (พื้นที่เปิด) โดยจำกัดไม่ให้เจอบุคคลต่างครัวเรือนเจอกัน 6 คน
  • การเดินทาง : ควรลดการเดินทางลง ให้เหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น แต่สามารถเดินทางไปใช้บริการไลฟ์สไตล์และเสริมสวยต่าง ๆ ได้ ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเขตที่เป็น Tier 3 และหากต้องเดินทางไปพื้นที่เหล่านั้น ต้องปฏิบัติตามกฎของ Tier 3
  • การค้างคืนที่อื่น : ทำได้เฉพาะกรณีเป็นบุคคลต่างครัวเรือที่อยู่ใน Support Bubble ของตัวเอง
  • ไปทำงาน : ควร Work From Home ถ้าเป็นไปได้ ที่ทำงานควรมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเหมาะสม
  • ร้านค้า : เปิดให้บริการตามปรกติ
  • ไลฟ์สไตล์ : ผับ บาร์ คาเฟ่ต่าง ๆ สามารถเปิดได้เฉพาะกรณีที่ร้านเสิร์ฟอาหารเป็นมื้อ ๆ (ไม่ใช่แค่เสิร์ฟแต่เบียร์หรือเครื่องดื่ม) ต้องปิดก่อน 5 ทุ่ม และห้ามมีการยืนกิน ต้องให้กินบนโต๊ะของใครของมันเท่านั้น หากต้องการไปกับบุคคลนอกครัวเรือนตัวเอง ต้องเป็นบุคคลที่มาจาก Support Bubble ของตัวเอง และห้ามเกิน 6 คน
  • ธุรกิจเสริมสวย : ร้านทำเล็บ สปา เปิดได้ตามปรกติ
  • การออกกำลังกายและกีฬา : สระว่ายน้ำ ยิม ฟิตเนส เปิดให้บริการได้ แต่ห้ามมีออกกำลังกายแบบมีการสัมผัสระหว่างคนออกกำลังกายกัน (เช่นพวกกีฬาทีม) แต่การแข่งขันกีฬาต่าง ๆ จะสามารถเปิดให้แก่ผู้เข้าชมได้ไม่เกิน 2,000 คนกรณีเป็นสถานที่เปิด แต่ถ้าเป็นสถานที่ปิด จะต้องไม่เกิน 1,000 คน
  • ศาสนสถาน : ห้ามเปิดให้เข้าหลายครัวเรือน เว้นแต่จัดบริเวณเปิด
  • งานแต่งงาน : ต้องเป็นงานแต่งที่ผู้เข้าร่วมต้องนั่ง และผู้ร่วมงานไม่เกิน 15 คน
  • งานศพ : ผู้ร่วมงานห้ามเกิน 30 คน และต้องจัดในสถานที่ที่ถูกต้อง ห้ามจัดที่บ้าน
  • บริการรัฐ : เปิดให้บริการปรกติ
  • งานคริสตมาสและปีใหม่ : แต่ละครัวเรือนจะต้องมี Christmas Bubble ของตัวเอง นั่นคืออยากจะจัดงานกับใครที่อยู่ต่างครัวเรือน จะต้องอยู่กับครัวเรือนนั้น ๆ เท่านั้นในช่วงเทศกาล โดยจำกัดแค่ 2 ครัวเรือนอื่นเท่านั้น

เขตที่มีการแจ้งเตือนภัยระดับที่ 3 (Tier 3 – Very High Alert)

  • การพบปะผู้คน : ควรอยู่บ้านหรือในพื้นที่บ้านตัวเองตลอดเวลา ห้ามชวนบุคคลอื่นต่างครัวเรือนเข้าบ้าน เว้นแต่กรณีที่เป็นบุคคลต่างครัวเรือนที่อยู่ใน Support Bubble อย่างไรก็ตาม สามารถออกบ้านไปพื้นที่สาธารณะนอกอาคารได้ แต่ห้ามรวมตัวกันเกิน 6 คน
  • การเดินทาง : ควรลดการเดินทางลงอย่างมาก และให้เดินทางแต่ในเส้นทางเดิมๆ เท่านั้น สามารถเดินทางไปใช้บริการร้านค้าต่างๆ ได้ แต่อย่าออกนอกพื้นที่ที่เดินทางเป็นประจำ
  • การค้างคืนที่อื่น : ไม่ได้ และโรงแรมในพื้นที่จะไม่เปิดให้บริการด้วย
  • ไปทำงาน : ควร Work From Home ถ้าเป็นไปได้ ที่ทำงานควรมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเหมาะสม
  • ร้านค้า : เปิดให้บริการตามปรกติ
  • ไลฟ์สไตล์ : ผับ บาร์ คาเฟ่ต่าง ๆ สามารถเปิดให้บริการเฉพาะซื้อกลับบ้าน หรือ delivery เท่านั้น
  • ธุรกิจเสริมสวย : ร้านทำเล็บ สปา เปิดได้ตามปรกติ
  • การออกกำลังกายและกีฬา : สระว่ายน้ำ ยิม ฟิตเนส เปิดให้บริการได้ แต่ห้ามมีออกกำลังกายแบบมีการสัมผัสระหว่างคนออกกำลังกายกัน (เช่นพวกกีฬาทีม) แต่การแข่งขันกีฬาต่าง ๆ จะไม่เปิดให้เช้าชมได้ จะต้องรับชมจากบ้านหรือออนไลน์เท่านั้น
  • ศาสนสถาน : ห้ามเปิดให้เข้าหลายครัวเรือน เว้นแต่จัดบริเวณเปิด
  • งานแต่งงาน : ร่วมงานได้ไม่เกิน 15 คน และห้ามมีการจัดเลี้ยง ให้มีแต่พิธีเท่านั้น
  • งานศพ : ผู้ร่วมงานห้ามเกิน 30 คน และต้องจัดในสถานที่ที่ถูกต้อง ห้ามจัดที่บ้าน
  • บริการรัฐ : เปิดให้บริการปรกติ
  • งานคริสตมาสและปีใหม่ : แต่ละครัวเรือนจะต้องมี Christmas Bubble ของตัวเอง นั่นคืออยากจะจัดงานกับใครที่อยู่ต่างครัวเรือน จะต้องอยู่กับครัวเรือนนั้น ๆ เท่านั้นในช่วงเทศกาล โดยจำกัดแค่ 2 ครัวเรือนอื่นเท่านั้น

เขตที่มีการแจ้งเตือนภัยระดับที่ 4 (Tier 4 – Stay at Home)

  • เขตที่มีการเตือนภัยระดับ 4 คือทุกคนควรอยู่บ้านเท่านั้น และออกบ้านเฉพาะเมื่อจำเป็นจริงๆ เช่น การซื้ออาหารและยา ทำงาน เรียนหนังสือ ออกกำลังกาย หรือดูแลผู้ป่วย
  • การพบปะผู้คน : ควรอยู่บ้านหรือในพื้นที่บ้านตัวเองตลอดเวลา ห้ามชวนบุคคลอื่นต่างครัวเรือนเข้าบ้าน เว้นแต่กรณีที่เป็นบุคคลต่างครัวเรือนที่อยู่ใน Support Bubble อย่างไรก็ตาม สามารถออกบ้านไปพื้นที่สาธารณะนอกอาคารได้ ให้เว้นระยะทางสังคมเวลาเจอคนนอกครัวเรือนตัวเอง
  • การเดินทาง : เดินทางเมื่อจำเป็นเท่านั้น ห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่ Tier 4
  • การค้างคืนที่อื่น : ไม่ได้ และโรงแรมในพื้นที่จะไม่เปิดให้บริการด้วย
  • ไปทำงาน : ควร Work From Home ถ้าเป็นไปได้ ที่ทำงานควรมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเหมาะสม
  • ร้านค้า : ร้านค้าที่ไม่นับว่าเป็นร้านที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต (non-essential shops) จะโดนสั่งปิด แต่ซุปเปอร์มาร์เก็ตจะเปิดให้บริการตามปรกติ
  • ไลฟ์สไตล์ : ผับ บาร์ คาเฟ่ต่าง ๆ สามารถเปิดให้บริการเฉพาะซื้อกลับบ้าน หรือ delivery เท่านั้น
  • ธุรกิจเสริมสวย : ปิดทั้งหมด และห้ามบริการตามบ้านด้วย
  • การออกกำลังกายและกีฬา : สระว่ายน้ำ ยิม ฟิตเนส จะปิดให้บริการ แต่สถานที่ออกกำลังกายที่อยู่ในสถานที่เปิดสามารถทำได้ เช่น สนามกอฟ สระว่ายน้ำแบบ outdoor หรือสนามเด็กเล่น หรือยิมแบบ outdoor แต่ห้ามมีออกกำลังกายกับผู้อื่น ห้ามจัดแข่งขันกีฬา
  • ศาสนสถาน : ห้ามเปิดให้เข้าหลายครัวเรือน เว้นแต่จัดบริเวณเปิด
  • งานแต่งงาน : ห้ามจัดเว้นแต่ได้รับอนุญาต
  • งานศพ : ผู้ร่วมงานห้ามเกิน 30 คน และต้องจัดในสถานที่ที่ถูกต้อง ห้ามจัดที่บ้าน และถ้างานศพอยู่ในเขตอื่นที่ไม่ใช่ Tier 4 งานศพที่อยู่นอก Tier 4 ให้เลือกใช้กฎของ Tier 4
  • บริการรัฐ : เปิดให้บริการเฉพาะบางบริการที่จำเป็นเท่านั้น ห้องสมุด ฯลฯ จะไม่เปิดให้บริการ
  • งานคริสตมาสและปีใหม่ : ห้ามจัดร่วมกับครัวเรือนอื่น ๆ อย่างเด็ดขาด