Thai Airways by Garage

in Business, Travel

การ “ล้มละลาย” ที่ว่ากัน ไม่จำเป็นเสมอไปว่าต้องโดนยึดทรัพย์แล้วปิดกิจการ

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เราพูดกันถึงเรื่องการ “ล้มละลาย” เยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราพูดถึงการที่รัฐจะปล่อยการบินไทยให้ล้มละลาย หรือจะใส่เงินเข้าไปช่วยเพิ่ม ซึ่งเอาจริงๆ เมื่อนึกภาพกิจการที่ล้มละลาย หลายคนเข้าใจว่ากิจการจะต้องหยุด ทรัพย์ในบริษัทจะถูกยึดกลับ ธุรกิจที่ล้มละลายไม่สามารถที่จะทำธุรกรรมกับใครได้อีกเลย แต่จริงๆ แล้ว การล้มละลายมันมีหลายแบบ การล้มละลายของการบินไทยที่เราพูดถึงกันอยู่นั้น ไม่ใช่การปิดกิจการ

“ล้มละลาย” ที่จะเกิดขึ้นกับการบินไทย หากเรียกให้เต็มๆ แล้ว คือการ “ยื่นศาลล้มละลายกลางโดยลูกหนี้ เพื่อฟื้นฟูกิจการ (reorganisation)” ซึ่งหากให้สรุปว่าจะเกิดอะไรขึ้นสั้นๆ ก็จะเป็นตามนี้ครับ

  • ลูกหนี้จะได้รับการพักหนี้ (automatic stay)
  • เจ้าหนี้จะไม่ได้เงินคืนในช่วงที่ลูกหนี้ถูกคุ้มครองตามกฎหมายล้มละลาย แต่จะได้สิทธิในการตัดสินใจหลายๆ อย่างในช่วงฟื้นฟูกิจการ โดยมีศาลล้มละลายกลางเป็นตัวกลาง
  • ผู้บริหารอาจจะเสียสิทธิหรืออำนาจในการบริหาร ศาลและเจ้าหนี้มีสิทธิในการร่วมตัดสินใจ
  • พนักงานหรือลูกจ้าง สามารถทำงานได้ต่อไป แต่หากบริษัทที่ล้มละลายไปมีการติดค้างค่าจ้าง ลูกจ้างสามารถแปลงตนเองไปเป็นกลุ่มเจ้าหนี้แทนได้

จริงๆ พรบ. ล้มละลายมันมีรายละเอียดอีกมาก แต่ผมอยากเลือกประเด็นสำคัญมาอธิบายสั้นๆ เท่านั้น ในสหรัฐอเมริกา การล้มละลายลักษณะนี้เรียกว่า Chapter 11 Bankruptcy

ที่อยากแนะนำให้อ่าน คือโพสต์ของ รื่นวดี สุวรรณมงคล ที่มีประสบการณ์เคยเป็นอธิบดีกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ได้บอกว่า “การล้มละลาย” กับ “การฟื้นฟูกิจการ” เป็นถนนคนละเส้นกัน โดยความแตกต่างคืออย่างแรก แปลว่าจะมีการเข้าพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อเทขาย แล้วคืนเงินให้กับเจ้าหนี้ ส่วนอย่างที่สองคือให้ดำเนินกิจการได้ต่อตามปรกติ ซึ่งการฟื้นฟูกิจการ ไม่ควรถือว่าเป็นการล้มละลาย

แต่หากยึดตามความหมาย Chapter 11 Bankruptcy ซึ่งต้องการสื่อถึงการฟื้นฟูกิจการ เช่นเดียวกับที่คุณรื่นวดีได้เขียนไว้ มันก็ยังเรียกเป็นการล้มละลายรูปแบบหนึ่ง

Chapter 11 Bankruptcy is a bankruptcy but not necessarily the end.

ในแง่ความเป็นจริงแล้ว การที่บริษัทขนาดใหญ่มีปัญหาการเงิน เช่น การบินไทย มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่อยู่ดีๆ จะต้องให้ปิดกิจการแล้วพิทักษ์ทรัพย์ (ยึดทรัพย์) ลองคิดดูครับ เราจะให้เจ้าหนี้อย่างธนาคารต่างๆ ยึดเครื่องบินของการบินไทย หรือครัวการบินไทย มาเปิดสายการบินเอง มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ธุรกิจการบินมันไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ ก็สามารถเข้าไปทำได้ เพราะฉะนั้นการปล่อยให้ล้มละลายแบบปิดกิจการไปเลย มันไม่ตอบโจทย์เจ้าหนี้ ที่สุดท้ายแล้วต้องการเงินคืนกลับมาเท่านั้น

การฟื้นฟูกิจการ ด้วยการเข้าไปแทรกแซงการบริหารที่ผิดพลาดของลูกหนี้ตามความจำเป็น เลยเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะว่ากิจการจริงๆ แล้ว หากบริหารได้ถูกต้อง มีการฟื้นฟู ปรับสภาพองค์กร อุดรูรั่ว เพิ่มประสิทธิภาพของทรัพยากร สุดท้ายแล้วอาจจะกลับมาสร้างกำไรได้ แล้วในที่สุดก็มีเงินเอามาคืนเจ้าหนี้ นี่คือเหตุผลหลัก ทำไมสุดท้ายแล้ว การล้มละลายในรูปแบบของฟื้นฟูไป และให้บริการต่อไป จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด (win-win) สำหรับทุกคน ตั้งแต่ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ และพนักงานของบริษัท

กลับมาที่การบินไทย หากการบินไทยยื่นล้มละลายแบบนี้ อย่างมากที่สุดในแง่ของภาพลักษณ์อาจจะเสียหายนิดหน่อย น่าอับอาย และจะกระทบกับเครดิตของบริษัทแน่ๆ ส่วนในฐานะลูกค้าของการบินไทย จริงๆ แล้ว การล้มละลายของการบินไทย ไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ไม่ต้องไปกลัวว่าสายการบินแห่งชาติจะหายไปไหน หรือไมล์ที่สะสมอยู่จะหายจากไป (จริงๆ เรื่องไมล์สะสม กับการล้มละลายของสายการบิน เป็นอีกประเด็น)

สายการบินทั่วโลก รวมทั้งหลายรายที่มีชื่อเสียงทุกวันนี้ ผ่านจุดนี้มามากแล้วครับ สามสายการบินรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา United, American และ Delta ล้วนผ่านจุดนี้มาแล้วทั้งนั้น ฝั่งยุโรปก็มี Lufthansa (มีข่าวว่าอาจจะเลือกยื่นล้มละลายปีนี้เช่นกัน) ฝั่งออสเตรเลียเพิ่งมีไปก็ Virgin Australia หรือในเอเชียเองก็มี JAL ที่เคยยื่นล้มละลายแล้วก็เข้าสู่การฟื้นฟูกิจการ

เพราะฉะนั้น เรายังไม่ต้องออกมาไว้อาลัยการบินไทยครับ การบินไทยที่เรารัก ในฐานะลูกค้า ไม่ได้หายไปไหนแน่นอนครับ