norwegian flag with nature

in Business

นอร์เวย์ เป็นประเทศที่ทุกคนสามารถกดดูเงินเดือนคนอื่นได้

ในบริษัท เราจะถูกผู้จ้างแจ้งเสมอ ว่าอย่าเปิดเผยเงินเดือนของเราให้เพื่อนร่วมงานทราบ ทุกอย่างควรถือว่าเป็นความลับ แต่ในประเทศนอร์เวย์ ไม่มีใครสามารถที่จะปกปิดรายได้ของตัวเองได้ เพราะกรมสรรพากรของนอร์เวย์ จะทำการเผยแพร่รายได้ของประชาชนทุกคน และจำนวนภาษีที่ประชาชนทุกคนจ่ายเข้าระบบทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ช่วงปี 1800 รัฐบาลนอร์เวย์ ใช้วิธีเผยแพร่ข้อมูลรายได้ และจำนวนภาษีที่จ่าย ออกมาเป็นหนังสือเป็นเล่มๆ ใครอยากจะแอบไปดูเงินเดือนคนอื่น ต้องไปยื่นเรื่องขอดูกับกรมสรรพากรท้องถิ่นได้

แต่ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา รัฐบาลนอร์เวย์ ได้จัดให้มีการค้นหารายได้ และจำนวนภาษีที่ประชาชนแต่ละคนจ่าย เพียงแค่พิมพ์ชื่อบุคคลคนนั้นเข้าไปในระบบออนไลน์

ทั้งนี้ เหตุผลของการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ รัฐบาลนอร์เวย์ได้ให้เหตุผลว่า เพราะประเทศนอร์เวย์มีการเก็บภาษีรายได้ที่ค่อนข้างสูงกว่าประเทศอื่น โดยอัตราเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่ 40% ของรายได้ หากเมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยของกลุ่มประเทศในยุโรป ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 30% ก็ถือว่าสูงกว่ามาก

“เมื่อต้องจ่ายภาษีมากแล้ว ใครๆ ก็อยากเห็นคนอื่นในสังคมทุกคน จ่ายมากเช่นกัน

เพราะฉะนั้น ถ้าเราเห็นเพื่อนบ้านเราเพิ่งถอยรถเฟอร์รารี่มา หรือว่ามีคนมาอวดเงินเดือน เราก็สามารถกดเข้าไปตรวจเช็คได้หมด ไม่มีข้อยกเว้น แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีของประเทศ ก็ยังมีรายชื่ออยู่ในระบบนี้เช่นกัน

แต่ระบบนี้ มีการเปลี่ยนแปลงกฎเล็กน้อยในปี 2014 นั่นก็คือใครก็ตาม ที่กดเข้าไปดูรายได้ และอัตราการจ่ายภาษีของบุคคลอื่น ฝ่ายผู้ที่ถูกดูข้อมูล จะได้รับอีเมลแจ้งจากกรมสรรพากร ว่า “มีบุคคลชื่อนี้ๆ ได้กดเข้าไปดูข้อมูลเรื่องการเงินของคุณ” ซึ่งตั้งแต่มีกฎนี้ขึ้นมา ยอดผู้ใช้งานระบบขอดูรายได้คนอื่น ตกฮวบทันที

อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่ นั่นก็คือจำนวนรายได้ของแต่ละบุคคล จะเป็นรายได้รวมตลอดทั้งปี ไม่ได้มีการบอกว่ารายได้ของบุคคลนี้ ส่วนไหนมาจากเงินเดือน ส่วนไหนมาจากรายได้อื่นๆ เช่นการรับจ็อบนอกงานหลัก หรือว่าจะมาจากการลงทุนอื่นๆ

ความโปร่งใสในเรื่องของรายได้ในประเทศนอร์เวย์ อาจมีส่วนทำให้ประเทศนอร์เวย์เป็นประเทศที่มีสังคมที่มีความเท่าเทียมในแง่ของรายได้สูง (หลายคนเรียกว่า flat society) คือไม่ว่าคุณจะเป็นแพทย์ นายกรัฐมนตรี หรือช่างประปา รายได้ของคุณจะไม่ได้ต่างกันมากมายเท่าไหร่

ระบบนี้ ยังทำให้ประชาชน ไม่อยากจะหนีภาษี เพราะว่าหากใครก็ตามที่ร่ำรวยผิดปรกติ ไลฟ์สไตล์หรูหราหมาเห่า แต่ข้อมูลในระบบระบุว่าจ่ายภาษีเพียงแค่น้อยนิด ก็อาจจะโดนเปิดโปงและโดนลงโทษได้

คงน่าสนใจไม่น้อย ถ้าประเทศไทย เอาระบบความโปร่งใสในแง่ของรายได้ มาใช้กับบุคคลที่มีทรัพย์สินเกิน 100 ล้านบาทในประเทศไทย